Sunday, July 23, 2006

191 วัน...ที่เรารักกัน

เลิกแอบเสียที / วิทยา แสงอรุณ Metro Life นสพ. ผู้จัดการวันเสาร์ vitadam2002@yahoo.com 22-23 July 2006

เสียงสะอื้นร่ำไห้ของเขายังคงอยู่ในสายโทรศัพท์ ผมนิ่งฟังอย่างเงียบๆ

เข้าสู่วันที่สองแล้วที่เขายังร้องไห้อยู่ ในฐานะผู้รับฟังที่ดี ผมไม่ควรปล่อยใจให้คล้อยตาม แต่ความเศร้าอาดูร และคำถามร้อยแปดของเขาทำให้หัวผมหนัก หนักอึ้ง และผมเริ่มรู้สึกหดหู่ ตอนที่เขาพูดว่า

“พี่ครับ...ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า...หัวใจแตกสลาย มันเป็นยังไง” เขาพูดไปร้องไห้ไป เสียงต่ำลงลึก ไปเรื่อยๆ จนฟังไม่ชัดอยู่ในลำคอกับรักแรกของเขา พอเขาพูดว่า “พี่ว่า...เขาจะกลับมาหาผมไหมครับ” เขาก็ปล่อยโฮออกมา

ผมสะกดอารมณ์ตัวเองเอาไว้ต่อไป ไม่้แน่ใจว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาถามผมแบบนี้ ผมต้องนิ่ง พยายามใช้ความคิด แล้วใครนะ จะมีคำตอบให้?

“โย” กับ “เวศ” (นามสมมุติ) อายุห่างกันเพียงสองปี ผมรู้จักกับโยมาพักหนึ่งแล้ว นานๆ ทีเราจะคุยโทรศัพท์กัน แต่ละครั้งก็ยาวนานและสนุกสนานมาก ผมชอบที่โยเป็นคนมุ่งมั่น ร่าเริง เอาจริง มีความคิดชัดเจน เขาต่างจากคนในวัยใกล้เคียงกัน ยังไม่ถึงยี่สิบห้า แต่เขาก็หนักแน่นเรื่องอนาคต ผมคิดว่า ผมคงไม่มีวันเห็นด้านที่อ่อนแอของเขา

ส่วนผู้อ่อนอาวุโสกว่านั้น ผมรู้จักเขาแต่เพียงผิวเผิน จนเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งได้เห็นหน้า และได้คุยกันเพียงเล็กน้อย พอได้เห็นสองหนุ่มพร้อมกัน ผมเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ในวันนั้นที่พบเขาทั้งสองคน ผมไม่ได้บอกโยไปหรอกเพราะรู้ว่า เขามีรักใหัอย่างสุดหัวใจ สุดหัวใจจริงๆ

เขาจะบอกผมซ้ำๆ อย่างนั้น และย้ำว่า เขาไม่เคยรักใครเท่านี้มาก่อนเลย ความรู้สึกเช่นนั้นไม่เคยลดน้อยไปเลยสักนิด เขามีความสุขทุกๆ วันที่ได้คุยกัน เขาเก็บข้อความทุกข้อความที่ได้รับ เขาเขียน
ไดอารีความประทับใจที่ได้พบกัน จากวันที่ 1 ม.ค. และวันที่ 14 ม.ค.- วันที่สองคนตัดสินใจเป็นแฟนกัน โยเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นผู้ถูกเลือก เมื่อคนที่เลือกบอกเลิกคนรักเก่าของเขาไป

“ผมก็คิดนะครับว่า วันหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น มันจะกลับมาเกิดกับตัวเรา”

วันที่เขาโทรมาพร้อมน้ำตา เขาพิมพ์ข้อความที่ได้รับตลอดมาในช่วงที่คบกัน ได้ประมาณแปดหน้ากระดาษ เขาค่อยๆ อ่านให้ผมฟังจนจบ มันเป็นเรื่องรักที่น่ารักเรื่องหนึ่งได้สบายเลย นับวันที่คบหา... 191 วัน

มันไม่นานหรอกสำหรับหลายคนที่ผ่านทางนี้มาก่อน แต่สิ่งที่เขารู้สึกล้ำลึกนั้นล้นเอ่อ เขาจึงจมอยู่กับทะเลน้ำตาในตอนนี้ ทุกครั้ง ที่ได้ยินเขาคร่ำครวญ ผมอดคิดไม่ได้ ความรักกับความหลง บางทีก็ปนๆ กันจนแยกไม่ออก หรือแท้จริงแล้ว มันคือของคู่กัน และหล่อเลี้ยงซึ่งกันและกัน?

ผมเพียงแต่อยากจะปลอบใจเขา อยากให้เขาเริ่มทำใจ และสงบลงบ้าง

“เขาเป็นคนเจ้าชู้นะ สีหน้า แววตาของเขาบอกอย่างนั้น” ผมบอกออกไปจนได้กับสิ่งที่ผมรู้สึกในวันที่พบทั้งสองคน แต่ดูเหมือนเขาจะรู้อยู่แล้ว ตอนนี้โยกำลังช็อคที่รู้ความจริงว่า อาการห่างเหินของคนที่เขารักในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นหมายถึงอะไร มันเป็นจริงขึ้นมาแล้ว คนที่เขารักกำลังจากไปกับคนใหม่

โยควานหาคำตอบว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่ความรักของเขากำลังถูกโยนทิ้งไป แต่เขาก็ไม่เข้าใจ

ตอนแรกที่คบหากัน คนที่เขารักบอกเขาว่า เขาเป็นได้ทั้งรุกและรับ หรือที่ใครๆ เรียกกันจนติดปากนั่นแหละว่า “โบท” แต่สุดท้าย ความจริงก็เผยออกมาว่า เขาไม่เคยมีความสุขเลยสักครั้งเวลามีอะไรกับโย โยยื่นข้อเสนอว่า โยจะยอมก็ได้ ถ้าอยากเปลี่ยนบทบาทกัน แต่แล้วสิ่งนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้น

แต่มันไปเกิดกับคนอื่น แล้วโย ก็มารู้ทีหลังอีกด้วยว่า คนอื่นนั้นหมายถึง “คนอื่นๆ” กระนั้นโยบอกว่า เขายังคงให้อภัยอยู่เสมอ แม้คนรักของเขากำลังจะไปมีแฟนใหม่ เขาก็จะรอ

ผมสะอึกที่ได้ยิน และยิ่งสะอึกขึ้นไปอีกพอได้รับรู้ว่า วันที่สอง หลังจากที่แฟนของเขาประกาศว่า จะลองคบหาคนใหม่ ทั้งสองยังคงพบกัน และก่อนที่บอกลากัน “เขาเข้ามากอดผมครับ เขาไม่เคยกอดผมแน่นอย่างนี้มาก่อน ผมบอกเขาว่า ทำไมเรารักกันอย่างนี้แล้ว ต้องจากกันด้วย แล้วเขาก็ร้อง ร้องไห้ไม่หยุด เราร้องไห้กันอยู่บนรถอย่างนั้น”

ผมคิดว่า ต้องมีอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ มองดูผิวเผิน ถ้าเขายังรักโยอยู่ ทำไมเขาถึงทำให้คนรักของเขาต้องเจ็บถึงเพียงนี้? และหันไปคบหากับคนอื่นและยังแสดงความรักต่อกันอีก? ผมบอกโยไปตรงๆ ว่า รู้สึกตัวหรือเปล่าว่า ตัวเองไม่มีศักดิ์ศรี และจะต้องเป็น “ของตาย” อย่างนี้ต่อๆ ไป?

“ผมรู้ครับ ผมบอกเขาว่า ให้ผมเป็นเบอร์สองก็ได้ แต่อย่าจากผมไป” เขายังคงสะอื้นอยู่ในสายโทรศัพท์

เขาคงคิดอะไรไม่ออก และคิดว่า ชีวิตเขาไม่มีทางเลือก อีกไม่กี่วันต่อมา โยยังคงติดต่อกับคนที่เพิ่งทิ้งเขาไปอยู่ เขารู้สึกดีขึ้นที่ยังโทรศัพท์คุยกันได้ หากแต่ความรู้สึกที่มีต่อกันคงไม่เหมือนเดิม โยยืนยันกับผมว่า เขาจะรอ และรอต่อไป สักวันเขาคงต้องรู้ว่า ใครกันแน่ที่รักจริง

คุณผู้อ่านอาจคิดว่า เป็นเรื่องเสียเวลา และขาดสติหรือเปล่า? ผมเองก็ตั้งคำถามนี้เหมือนกัน หากฝ่ายหนึ่งเป็นนักแสวงหา คงยากที่จะหยุดในตอนนี้ เขาคงมี “แรงขับ” มากเกินกว่าจะเข้าใจ หรือ การที่สองคนเป็น “รุก” ทั้งคู่ เป็นสาเหตุหลักของการต้องบอกลา? แต่ผู้จากไปก็ไม่ได้ยกประเด็นนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

โยบอกผมว่า “เขารู้นะครับพี่ว่า เขาทำไม่ถูก และสักวัน เขาคงต้องถูกทิ้งเหมือนกัน แต่เขาห้ามใจตัวเองไม่ได้”

ส่วนโยเอง ก็คงห้ามใจตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ผมไม่ได้บอกเขาว่า เขาคิดผิดหรือถูก เพราะผมเป็นแค่ผู้รับฟัง หากความรักทำให้หัวใจอบอุ่น และทำให้เรามุ่งมั่นก้าวเดินต่อไปในชีวิต และความหลงทำให้คนเรามีลมหายใจอยู่ ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปเช่นนั้น ?

-end-

All rights reserved.

21 comments:

Anonymous said...

เกลียดความรักจังเลย หากความรักมีแต่สมหวังก็คงดี จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวดกับความรัก ทั้งๆ ที่ความรักก็ไม่ใช่เหรียญสักหน่อย ไม่เห็นต้องมี 2 ด้านเลยนี่น๊า

Anonymous said...

คงต้องให้เวลาเขาสักพัก แล้วเขาคงจะใช้เวลาคิด และไตร่ตรองดู เขาคงจะเข้าใจกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

จะถามว่า บ้าหรือเปล่า ? เสียเวลาไหมเนี่ย ? คงจะตอบยาก เพราะช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่ถ้ามีความผูกพันกันมาก ก็ยากจะลืมเลือน

เป็นกำลังใจให้กับคุณโย

beemanufan said...

ตอบยากแฮะ คงต้องใช้เวลาค่ะ ลองอยู่กับตัวเองซักพัก ไตร่ตรองดูให้ดีว่าต้องการอะไรกันแน่ บางครั้ง เวลาก็เป็นสิ่งที่รักษาแผลใจได้ดีที่สุดค่ะ

Anonymous said...

ริจะมีรัก ก้อต้องเตรียมใจทุกข์ไว้ด้วย
จริงๆ ถ้าเค้าจะเลิกกะเราก้อน่าจะคิดเสียว่า
เราสูญเสียคนที่ไม่รักเรา แต่เค้านะสูญเสียคนที่รักเค้า
อย่างไหนมันจะดีกว่ากันล่ะ
แฟนนะหายาก ตั้งแต่เลิกกะแฟนคนแรก กว่าทำใจได้ใช้เวลานาน เป็นปีๆ เหมือนกัน แต่ก้อนึกถึงแต่ช่วงเวลาดีที่เคยอยู่ด้วยกัน แต่ก้อลองคบคนอื่นๆดูสักพักก้อรู้แล้วล่ะว่าใช่หรือไม่ใช่ นี่เพิ่งจะตัดสินใจคบกะแฟนคนที่สองเอง ก้อเตรียมใจไว้เหมือนกัน ว่าถ้าต้องกลับเมืองไทยไป ไม่รู้จะรักษารักนี้ไว้ได้นานแค่ไหน แต่ก้อไม่อยากเลิก เพราะการที่จะหาใครสักคนที่เหมาะสมกับตัวเรานั้น ทั้งนิสัย อืนๆ ที่จะเข้ากันได้มันหายากมาก
ยิ่งอายุมากขึ้นก้อ ยิ่งหายาก เพราะคนดีๆ ก้อมีแฟนกันหมดแล้ว ถ้าหาแฟนได้ก้อควรที่จะรักษาเอาไว้

Anonymous said...

เวลา คงจะช่วย
ให้คิดอะไรได้มากขึ้นมั้งครับ
แต่ถ้าคนที่เขารักเราจริงๆ
เขาจะทำให้เราเจ็บได้ยังไงล่ะครับ

Anonymous said...

ได้อ่านเรื่องราวของคุณโยแล้ว ทำให้หวนคิดถึงเพลง "คริสตินา" หลายๆ เพลงผ่านเข้ามาในสมองนะครับ อ่านแว้บแรก ผมคิดถึง เพลง "ไม่มีใครขอร้อง" เพลงนี้คงเป็นเพลงที่เพราะและบาดลึกที่สุดถ้าหากได้ฟังตอนนี้

สงสารคุณ "โย" เหมือนกันนะครับ เพราะผมเองก็เคยถูกทิ้งให้อยู่ในสภาพอย่างนี้เหมือนกัน คงไม่ได้ต่างจากคุณโยสักเท่าไหร่หรอก "LOVE & LUSH" มันมักจะมาพร้อมๆ กันเสมอครับ มันเป็นแค่เส้นบางๆ เท่านั้นเองที่แยกระหว่างคำสองคำนี้ออกจากกัน

อยากให้กำลังใจคุณโยนะครับไม่รู้ว่าจะทำได้ดีสักเพียง แค่อยากจะบอกว่า ใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากๆ นะครับ รักตัวเองให้มากๆ คิดซะว่า ตอนที่เราเกิดมา เราก็เกิดมาคนเดียว เราไม่ได้คนที่เรารักเกิดมาพร้อมกับเรานะ เพราะฉะนั้นก็ไม่ผิดหรอก ถ้าหากวันนี้เราจะไม่มีคนที่เรารักอยู่ข้่างเรา คิดซะว่าเค้าไม่ได้รักเราเหมือนที่เรารักเค้าหรอก เพราะฉะนั้น อย่าไปเสียดายอะไรกับสิ่งที่ไม่มีค่าเลย เราคงมีค่ามากเกินไปสำหรับเค้า และเค้าก็คงไม่เห็นค่าของเราหรอก เค้าถึงจากเราไป หมั่นให้กำลังใจตัวเอง ดูแลตัวเองนะครับ เป็นห่วงคุณจริงๆ นะ

เวลาที่เสียไป อย่าไปคิดว่าเสียเวลาเปล่านะครับ เพราะอย่างน้อย "คุณโย" ก็ได้รู้จักคำว่า "เรียนรู้" รู้จักคนในโลกใบนี้เพิ่มอีก 1 คน รู้จักนิสัยคนบนโลกใบนี้เพิ่มอีก 1 นิสัย คนเราแต่ละคนที่ถูกสร้า้งมาบนโลกใบนี้มีความคิดไม่เท่ากันหรอกนะครับ เค้าคิดได้แค่นั้นก็ปล่อยเค้าไป ถ้าหากว่าเค้ามีความสุขกับการที่ต้อง รัก-รัก เลิก-เลิก สักวันนึงเค้าก็คงต้องเจออย่างนี้เหมือนกัน เป็นกำลัีงใจให้คุณโยนะคับ

จาก : คนที่พร้อมจะเจ็บจากความรักคับ

Vitaya S. said...

อัพเดทครับ ตอนนี้ก็ยังรับโทรศัพท์คนอกหักชื่อโยอยู่น่ะครับ บางทีก็โทรมา-เหมือนเดิม พูดไปร้องไห้ไป บางทีก็พอคุยเล่นได้ หัวเราะได้ ช่วงนี้แหละที่เรียกว่า "mood swing" สวิงไปสวิงมาเหมือนแกว่งชิงช้า คนไม่เคยอกหักจะไม่รู้ว่า มันคลอนแคลนแค่ไหน ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ จะแจ้งให้เจ้าตัวทราบแล้วเข้ามาอ่าน...

Good Health said...

พี่วิทย์คับ

้น้องจิ๊บเอง เห็นใจและสงสารคุณโยจังเลยนะ เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คุณโย ผ่านพ้นจากวิกฤตของชีวิตด้านความรักในช่วงนี้ไปได้อย่างราบรื่น และในเร็ววัน

ถ้าคิดจะรักแล้ว อย่าลืมเผื่อใจไว้เจ็บบ้างนะ ความรักยังไงซะก็ยังเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ในความสวยงามก็จะมีความเจ็บปวด โหดร้ายเคลือบแฝงอยู่

อย่าคิดอะไรมากนะครับ เป็นกำลังใจให้คุณจากใจจริงครับ

น้องจิ๊บ

Anonymous said...

เวลาจะช่วยรักษาแผลใจของโยเองครับ

big said...

ผมเคยคิดเรื่องโอกาส และความเป็นไปได้ของรักแท้ในหมู่เกย์มาไม่น้อยเลยนะครับ
อันที่จริง มันก็คงไม่ต่างจาก ชาย-หญิง หรอกครับ...ถ้าหากว่า โอกาสที่เราจะเจอ"คนที่ชอบ"เป็นคนคนเดียวกับ"คนที่(คิดว่า)ใช่" มันมากพอๆกัน

ปัญหาที่เกิดๆขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็คือ "คนที่(คิดว่า)ใช่" มันกลายเป็นแค่"คนที่ไม่ใช่"ไปในเวลาเร็ววัน

เจ็บครับเจ็บ
ฝากบอกน้องโยด้วยนะครับ ว่า เจ็บก็ต้องทน(ว่ะ)
ลูกผู้ชายนะน้อง วันข้างหน้า ดีไม่ อาจจะเจอที่เจ็บๆแบบนี้อีก
จนกว่าวันที่"โชคดี"มาถึงเรานั่นแหละครับ

Crazy -P- said...

ฝากบอกทุกคนที่อยากมีความรัก, คนที่กำลังมีความรัก, และคนที่ผิดหวังในรัก ว่า...

ขอให้รักตัวเองมากเท่าที่กับทุ่มเทใจให้คนอื่น เพราะสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าคุณจะต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกเมื่อไร จงมีจิตใจที่เข้มแข็งและรู้ไว้ว่ายังมีคนที่รักและห่วงใยคุณอยู่บนโลกนี้ การเป้นเกย์ก็ทำให้ต้องอยู่ในโลกอย่างโดดเดี่ยวมากพออยู่แล้ว อย่าให้ความรักที่ไม่สมหวังมาทำให้โลกของคุณมันไม่น่าอยู่มากขึ้นเลย ยังมีวันพรุ่งนี้สำหรับทุกคนเสมอ...

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกหัวใจนะครับ ^__^

Riverdale said...

อ่านแล้วเศร้าจังครับ นึกสะท้อนใจในบางช่วง :)

ยังไงก็ขอให้คุณโยผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้นะครับ และผมเชื่อว่ามันจะต้องผ่านไป

อิทธ์ said...

เนื้อเพลง: ดินแดนแห่งความรัก
อัลบั้ม: Second Chance -Crescendo

คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง
คงมีใครซักคนรออยู่ ตรงนั้น
คงมีความหมายใด ซ่อนอยู่ในการรอคอยที่แสนนาน
คงจะมีซักวันฉันคงได้เจอ

เจ็บมาแล้วตั้งกี่ครั้ง เมื่อความรักพังทลาย
จะมีใครที่เป็นคนสุดท้าย
เธอคนนั้นอยู่แห่งไหน จะไกลแสนไกลเท่าไหร่
ก็จะไปที่ดินแดนแห่งนั้น

จะขอเอาคำว่ารัก ทุกคำที่ฉันได้เคยเอ่ย
จะขอมันคืนจากใครที่เคยผ่านเข้ามา

จะขอรวมคำว่ารักเหล่านี้ ทวีความหมายและคุณค่า
จะขอเอามามอบไว้ให้เธอผู้เดียว

ข้ามขอบฟ้า แผ่นน้ำ หรือขุนเขาทะเลทราย
ไกลเท่าไหร่จะไปให้ถึง

คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง
คงมีใครซักคนรออยู่ ตรงนั้น
คงมีความหมายใด ซ่อนอยู่ในการรอคอยที่แสนนาน
คงจะมีซักวันฉันคงได้เจอ

ข้ามขอบฟ้าหรือขุนเขา ข้ามแผ่นน้ำทะเลกว้างใหญ่
แต่ฉันจะไปหาเธอ

ข้ามขอบฟ้า แผ่นน้ำ หรือขุนเขาทะเลทราย
ไกลเท่าไหร่จะไปให้ถึง

คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง

สาวอิสานรอรัก said...

ไม่มีความหมายจากใจอีกแล้วแคล้วกัน
คิดว่าหลับฝันแล้วต้องจากกันเมื่อตื่น
ในฝันเราอาจเปรมปรีสุชสันต์ยินดียิ้มรื่น
ไม่เคยต้องฝืนใจของตน

อดีตที่หวานให้มันผ่านลอยลับไป
จวบถึงวันใหม่ไม่มีเสียใจหมองหม่น
วันนี้เราสิ้นสุดกันถ้านับจากวันเริ่มต้น
แค่เพียงผ่านพ้นไม่กี่ราตรี

วันแรกฉันยังจำได้ จำได้ไม่ลืม
ยังปลาบยังปลื้มจวบจนวันนี้
และเป็นวันนี้เช่นกันลืมความผูกพันใยดี
ความรักที่มีเธอกลับเป็นผู้ทำลาย

ไม่มีเหตุผลต่างคนต่างไปหรือเธอ
เสียดายที่เผลอหลวมตัวรักเธอโดยง่าย
ฉากรักเราปิดม่านลงคงคิดว่าเราแพ้พ่าย
แต่เธอย่าหมายว่าจะคืนดี

big said...

โดนใจอย่างแรง เลยครับ
: )

เนื้อเพลงที่คุณ สาวอิสานรอรัก โพสต์ไว้ชื่ออะไรครับ
จำได้ว่าร้องโดย อู๋ แมคอินทอช ใช่ป่าว ?

สาวอิสานรอรัก said...

ขออนุญาต คุณ วิทยา คุยกับ คุญ Big นะคะ
มันเป้นblog ของคุณวิทยา แต่สาวอิสานรอรักดันไปคุยกับคนอื่นแทน

เรียน คุณ Big (อะไรใหญ่หรือค่ะ ใคร่รู้ค่ะ สงสัยค่ะ)

ชื่อเพลงว่า "อดีต" คะ เพลงนี้ฟังครั้งเดียวจำได้เลยคะ
เป็นเพลงที่ภาษาสวยมากๆ
เพลงปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยบรรจงเขียนแบบนี้

สาวอิสานฯ ชอบท่อนที่ว่า
"อดีตที่หวาน ให้มันผ่านลอยลับไป"
คืออยากจะบอกน้องโยว่า ปล่อยเขาไปเถิดค่ะ
ทำอะไรเขาไม่ได้ ก็ทำใจเรานี่แหละค่ะ
ตัวเรายังไม่ใช่ของเราเลย
แล้วเราจะไปหวงแหน รักษา ตัวตนคนอื่นอยู่ได้อย่างไร
สุดท้าย ก็ดินกลบหน้า และแตกสลาย คลายความร้อน
ออกจากร่างกันทุกคน

"ปลง" ค่ะ

เพลงนี้หาฟังยากแล้วคะ เพราะมันนานมากแล้ว
จะว่าไป มันเป็นเพลงเช็ค อายุ ของเราสองคนนะคะ
ใครรู้จักเพลงนี้ ก็ อาวุโสเต็มทีแล้ว

ขอแสดงความนับถือ
สาวอิสานรอรัก
(ลงท้ายด้วยสำนวนราชการเลยนะคะ)

big said...

เข้ามาดูว่าคุณสาวอิสานรอรักมาบอกชื่อเพลงรึเปล่า
... มาจิงอ้ะด้วยดิ
ขออนุญาตใช้ภาษาวัยรุ่น(หลาน)

ขอบคุณมากครับ
เห็นด้วย ว่าเพลงไทยสมัยนี้เขียนเนื้อได้ค่อนข้างแปร่ง ไม่เหมือนยุคคุณกับผมเนอะ : )

เรื่อง big อย่าคิดมากครับ มาจาก emale เอ้ยemail address ครับ bigblueth ครับ
แปลว่า คนเหงาจัดแห่งเมืองไทย

อ้าว .. บอกที่อยู่ไปแระ
ขอบคุณคุณวิทยา เจ้าของบ้านครับ

สาวอิสานรอรัก said...

เรียน คุณ บิ๊ก ค่ะ

เห็นวิธีการ "บอกที่อยู่" แล้ว
ทำให้สาวอิสานรอรัก คิดถึง
เรื่อง กามนิต และ วาสิฏฐี (เขียนถูกไหมเนี่ย? ไม่แน่ใจตัวเอง) ค่ะ

เป็นการบอกความนัย ซ่อนไปกับกลอน
ไม่บอกตรงๆ
มันทำให้สาวอิสานรอรักคิดไปว่า
"คุณเป็นคนซับซ้อนและปากแข็งคะ เวลา
จะคุยกับคุณต้องคิดหลายซับหลายซ๋อน
เพื่อค้นหา ปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อความ"

ดิฉันรู้แล้วคะ ว่า คุณบิ๊ก เป็นคน
เจ้าคารม แบบนี้สงสัย แอบมีสาวๆ ในที่ทำงาน
มาหลงเสน่ห์ มายา หนุ่ม แน่นห้องไปเลยนะคะ

ค่ะ แล้วจะแวะไป เคาะประตูบ้าน ค่ะ
คราวนี้ ขึ้นอยู่กับคุณ บิ๊กว่า
"จะเปิดประตูออกมาต้อนรับหรือเปล่า"

ขอแสดงความนับถือ
สาวอิสานรอรัก

ปล, คุณวิทยา ผ่านมาเจอแล้ว อดขำในใจ
ว่าใครหนอ กำลังจีบกัน

Anonymous said...

หลังจากที่ได้อ่านแล้วนะครับ ผมคิดว่าความรักมันก็เป็นซะแบบนี้ ไม่มีระเบียบแบบแผนที่แน่นอน ไม่มีองศาที่จะสามารถวัดได้ แต่ถึงยังไง ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่เคยมีความรักอย่างผม ซึ่งยังไม่เคยรับรู้รสแห่งความสุข-ทุกข์จากคนที่เรารัก หรือจากคนที่รักเราเลย
* * เอ็ม * *

Anonymous said...

ใครไม่เจอด้วยตนเอง คงเข้าไม่ถึง คุณโยไม่ต่างจากผมหรอกครับ แต่ผมผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว เข้าใจความรู้สึกคุณโยครับ
มีเวลาให้ตัวเองเยอะๆ นะครับ เมื่อคุณผ่านมันมาได้ อยู่ในจุดที่ผมยืนอยู่ คุณจะนึกขำตัวเอง ว่าเราทำแบบนั้นไปได้ยังไง...
ต้องอาศัยเวลา ครับ ขอเป็นกำลังใจให้ อยากคุยกับคุณโยนะครับ

Pat said...

ความรัก ยังคงเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ สำหรับคนที่ยังรัก และเลือกมองด้านที่สวยงามของมัน

ใครจะบอกว่าอะไรถูก ผิด จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการทำตามที่หัวใของเราเรียกร้อง ลึกๆ แล้วทุกสิ่งที่ทำลงไปนั้นล้วนทำให้เรามีความสุขใช่ไหม

ผมยังคงเชื่ออยู่เสมอว่า เรากำหนดชีวิตของเราเอง การได้ทำตามสิ่งที่เรานั้นเป็นผู้ตัดสินใจ ทำให้มีความสุขเสมอ ไม่ว่าก้าวนั้นจะถูก หรือผิด มีความสุข หรือเจ็บช้ำ แต่ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป

ผมอยากให้คุณมีความสุข จากใจจริง อยากให้กำลังใจคุณทำในสิ่งที่ต้องการต่อไป ผมเชื่อว่าคุณจะพบกับสิ่งที่ต้องการในที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

พี่วิทยาเขียนเรื่องใหม่ทุกอาทิตย์ แต่ผมกลับมาอ่านแต่เรื่องนี้ อีกครั้ง และอีกครั้ง แต่เพิ่งจะตัดสินใจเขียนครั้งนี้

จาก คนที่กำลังรัก.. เช่นกัน