Monday, February 19, 2007

New Diva for Gay Men

เลิกแอบเสียที / วิทยา แสงอรุณ Metro Life นสพ. ผู้จัดการวันเสาร์ vitadam2002@yahoo.com
17-18 Feb 2007

“เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน” นักร้องสาวผิวหมึก หุ่นบึ้ก เสียงหนัก ทรงพลัง ขึ้นแท่นครองใจเหล่าเกย์ไปแล้วเรียบร้อย ชื่อเสียงของเธอโด่งดังข้ามคืนสูสีตีเสมอบียองเซ่ นักร้องสาวผิวหมึกคนสวย ซึ่งร่วมแสดงในภาพยนตร์เพลงเรื่อง Dreamgirls

ไม่รู้ว่า คุณผู้อ่านได้ดูหนังเรื่องนี้หรือยัง? ไม่ใช่หนังยอดเยี่ยมที่ดูแล้วอู้และอ้า ทึ่งจนไม่อยากออกจากโรง แต่นี่แหละภาพยนตร์เต็งหนึ่งในใจมนุษย์สีรุ้งช่วงปลายปีถึงต้นปีนี้ รวมถึงคนที่เข้าใจมนุษย์พันธุ์นี้ทั้งหลาย ใครที่ได้ดูแล้วจะต้องบอกว่า “มันโดนเข้าอย่างจัง” เลยแหละคุณ

ชีวิตจริงของเจนนิเฟอร์ กับตัวละครที่เธอสวม “เอฟฟี่” ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ทั้งคู่ ไม่สวย น้ำหนักเกิน และโดนไล่ออกจากทีม

ตัวเจนนิเฟอร์เอง เคยเข้าแข่งขันรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง American Idol ที่จัดขึ้นเป็นปีที่สาม ทั้งๆ ที่เป็นเต็งหนึ่ง ร้องและแสดงได้เยี่ยมยอด แต่ก็ถูกโหวตออกในที่สุด จนเธอเองก็งงเป็นไก่ตาแตกกับความเห็นของคนดูชาวอเมริกัน ส่วนในหนัง เธอรับบทเป็น “นางมารร้าย” ในทีมนักร้องสาวผิวหมึกสามคนที่อิงประวัติของไดอาน่า รอสส์กับวงเดอะซูพรีมยุค ‘60-70 เอฟฟี่โดนเคี๊ยะออกจากทีมเพราะหยิ่งผยอง และไม่ยอมลงให้ใคร อีกส่วนหนึ่งก็เพราะ เธออ้วน และไม่สวย

การเป็นแกะดำ แต่ไม่ยอมพ่ายแพ้ และฝ่าฟันจนเอาชนะสถานการณ์อันเลวร้ายนี่แหละที่สะท้อนภาพจับความรู้สึกของเหล่าเกย์ที่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดัน ความเข้าใจผิด และพยายามเอาตัวรอดอยู่ทุกวัน ในสายตาคนอื่นๆ

ในหนัง ตอนแรกๆ ผู้ชมจะรู้สึกสะใจที่ตัวร้ายทำลาย Dreamgirls อย่างยายเอฟฟี่โดนอับเปหิออกไปซะได้ จุ้นนัก แต่เมื่อเธอล้มลุกคลุกคลาน และพยายามฟื้นกลับคืนสู่สังเวียนเสียงเพลงอีกครั้ง เธอก็ทำได้ เธอยอมรับความผิดพลาด และเริ่มต้นใหม่ จิตวิญญาณการเป็นนักสู้นี่แหละที่เป็นสิ่งน่าชื่นชม และสรรเสริญ ลองคิดดูสิครับท่านผู้อ่าน ท่านทั้งหลายต่อสู้มาหลายนัดแล้วกับอคติทางเพศรอบตัว ล้มไปบ้าง ร้องไห้บ้าง แต่ก็ยังลุกขึ้นมาได้เสมอ ทำไมเราถึงทำได้?

นอกจากตัวหนังจะส่งให้เจนนิเฟอร์ครองใจเหล่าเกย์แล้ว ความจริงตัวเธอเอง ในฐานะนักร้องหน้าใหม่คนหนึ่งที่ยังไม่ได้มีผลงานอัลบั้มเป็นของตัวเอง ก็ได้เข้าไปนั่งในใจเหล่าเกย์มาตั้งนานแล้ว ก่อนจะเข้าแข่ง American Idol เสียอีก เจนนิเฟอร์ร้องเพลงในคลับเกย์มาก่อน ในงานเกย์เดย์ที่จัดโดยดิสนีย์แลนด์ บางทีเธอก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเกย์ถึงโปรดเธอนัก

“ผู้หญิงไม่ค่อยชอบฉันหรอก แต่ฉันมักจะได้ยินคนพูดว่า ‘เฮ้ นั่น เจนนิเฟอร์นี่ มากับหนุ่มเกย์เป็นโขยง’ แฟนเกย์จำฉันได้เสมอเวลาฉันออกไปข้างนอก ชอบมากค่ะ แม้จะใส่แว่นกันแดด ใส่หมวก พวกเขาก็จำฉันได้ แต่ถ้าถึงเวลาที่เกิดออกไป เห็นกลุ่มเกย์แล้ว ไม่มีเข้ามาทักกันเลย ฉันจะถามตัวเองว่า เอ๊ะ เป็นอะไรไปกัน ไม่มาทัก ฉันเคยถามบิลล์เหมือนกัน (ผู้กำกับ Dreamgirls –เป็นเกย์อย่างเปิดเผย) ว่า ทำไมฉันถึงมีแต่เพื่อนเป็นเกย์ล่ะ บิลล์ก็บอกว่า เขารู้คำตอบ แต่เขาไม่ยอมบอกฉัน” เจนนิเฟอร์ให้สัมภาษณ์กับ The Advocate ตอนปลายปีที่แล้ว ตอนนั้น มีข่าวพาดหัวตัวโตในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเมืองดัลลัสว่า เจนนิเฟอร์ ไม่ชอบเกย์

ตอนนี้เธอได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มของตัวเองแล้ว และเธอก็สัญญาว่า จะมีเพลงหนึ่งมอบให้แฟนๆ เพลงเกย์ของเธอเป็นพิเศษ

มีประโยคหนึ่งที่เธอให้สัมภาษณ์ไว้กับสื่อมะกันถึงเรื่องการเป็นตัวของตัวเอง ด้วยความที่เธอเป็นหญิงอ้วน ตัวใหญ่ เธอกลับรู้สึกดีกับสิ่งที่ภาพลักษณ์ของเธอ

“มันไม่เกี่ยวกับว่าคุณต้องดูเหมือนอะไร แต่ที่สำคัญ คุณรู้สึกยังไงกับตัวเองมากกว่า คุณอาจจะตัวใหญ่โตมโหฬาร แต่ถ้ามันไม่ได้ทำให้คุณหนักใจ ก็ไม่เห็นเป็นไร...ถ้าใครรับไม่ได้ที่คุณตัวใหญ่ หรือสิ่งที่คุณเป็น คุณไม่จำเป็นต้องไปสนใจ หรือไปแคร์กับคนพวกนั้น คุณต้องรู้จักพึงพอใจในตัวเอง ไม่ใช่คอยเอาใจคนอื่น หรือต้องคอยทำให้คนอื่นมีความสุข แต่ตัวเองไม่มีความสุข” นักร้องสาววัย 25 กล่าว

บอกต่อกันไป : เสาร์ที่ 24 ก.พ. นี้ มีงาน Men Like Us: Rainbow Boys THE MOVIE CELEBRATION (เพื่อขอบคุณแฟนที่รอคอยหนังเรื่องนี้ลงแผ่นวีซีดี มีจำหน่ายแล้วที่ B2S พร้อมพบกับนักแสดงทั้งสาม ได้ที่ ZEN, ชั้น 5, Central World Plaza เวลา 16.00 น. แล้วเจอกันที่นั่น มีสินค้าหนังสือ และเพลงแนวนี้จาก B2S จำหน่ายด้วยในงาน

-end-

All rights reserved.

5 comments:

Crazy พี said...

เท่าที่เคยอ่าน...
ผมว่าไม่บ่อยนักที่พี่วิทย์จะเขียน "เรื่องสั้น" ลงบนพื้นที่ตรงนี้ แต่ครั้งนี้บอกตรง ๆ ว่า พี่เขียนได้สั้นแต่ "ชัดเจน" ในความรู้สึก (สงสัยพักนี้คงจะยุ่งอยู่กับงานถ่ายหนังจนไม่ค่อยมีเวลาเขียน) บางคนอาจจะคิดว่ามันสั้นเกินไป... แต่... สำหรับผมเท่านี้มันก็ "เพียงพอ" และ "ลงตัว" แล้ว

เหตุที่ "In" ได้ขนาดนี้อาจเป็นเพราะเพิ่งดู RRB the Movie จบ เลยยังอยากจะสัมผัสกับความรู้สึก ดีๆ ลึกๆ ในใจ หลายหน ซ้ำๆ งานนี้ก็มีอย่างเดียวคือเกี่ยวเพื่อนซี้ไปดูหนังให้เห็นกับตา เพราะ สิบปลายปากกา ย่อมไม่เท่าตามองเห็น (อิอิ)

แล้วจะเมล์ไปเม้นท์หนัง RBB the movie เป็นการส่วนตัวนะครับ ก็อย่าถือสา "คนดี"(แต่ปาก) อย่างผมเลย คิดว่า ขำๆ ละกัน

--- สู้ ๆ ครับ --- " You are not alone "
^__^

Anonymous said...

แหมมาไว.. รักกันจริง...
แถมยังสังเกตได้อีก

คืองี้ มันอึดอัดมากเลย
นะที่ต้องทำอะไรไวๆ น่ะ ปกติเป็นคนทำอะไรช้า...

กองบก. Metro Life ปรับโฉมใหม่ ทุกคอลัมน์
โดนตัดพื้นที่หมด คือปกติ ถ้าใครเปิดฉบับพิมพ์
จะเห็นว่าคอลัมน์ เลิกแอบเสียที นี่ บางครั้งก็กิน
หน้ากระดาษ 1 หน้าเต็ม แบบว่า ข้าครองคนเดียว
ทั้งหน้า ไม่มีใครว่า....และก็คิดว่า คงไม่มี
ใครไม่ชอบใจหรอก เพราะคอลัมนิสต์ เพื่อนๆ
ท่านอื่นๆ ที่เริ่มต้นเขียนมาด้วยกันพร้อมกับ
การเกิดของ Metro Life ตอนนี้
หายไปหมดแล้ว เหลือแต่พี่วิทย์ โดดเดี่ยว
อยู่คนเดียว

อาทิตย์ที่แล้ว ได้รับเสียงขอร้องมาจากกองบก.
ว่า ขอพื้นที่หน่อย ตอนนี้หน้าแน่นมาก พร้อมกำหนด
ความยาวให้เสร็จสรรพ หากสังเกตดู พี่วิทย์เหลือ
50% จากที่เคยมี ตอนนี้ ก็ต้องคิดว่า จะทำ
50% สัมปทานพื้นที่นี้ให้กระชับ รัดกุม ได้ใจความ
ยังไง...ยังไม่ชินเลยน่ะ...เฮ้อ...

จำได้ครูเคยสอน เขียนสั้นๆ ยิ่งเขียนยาก
เลยชอบอะไรยาวๆ ไง ง่ายกว่าเยอะ..

Anonymous said...

(เป็นไรไม่รู้ blog นี้ ลง sign up
ไม่ได้ เลยต้องลง anonymous แทน
ข้างบนนี้ พี่เขียนเองจ๊ะ)

Crazy พี said...

Yeah !!!

ในที่สุด วันเสาร์นี้ ผมก็ clear ตัวเองจนไปงาน Men Like Us ได้สำเร็จ... T__T ต้องยกความดีให้เพื่อนซี้(คนเดียวกะที่จะเกี่ยวไปดูหนัง)ที่ช่วยวางแผนให้จนทุกอย่างลงตัว คราวนี้คงได้ไป Meet & Greet อย่างสบายใจเสียที

แล้วเจอกันที่งานนะครับ ^__^

Anonymous said...

หวัดดีคับพี่วิทย์

ผมแวะเข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ครับ

หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมดูแล้ว ผมประทับใจนะ ค่อนข้างได้ใจผมมากเลยทีเดียว ใครจะดูแล้วรู้สึกอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของแต่ละคน

อันดับแรก เจนนิเฟอร์ (ผมแอบเรียกเค้าว่า นังอ้วน ในตอนแรก เพราะไม่รู้ว่าเค้าชื่ออะไร) ในหนังเค้าเล่นได้ดีมาก จนได้ทราบจากพี่วิทย์ว่าเค้าเพิ่งจะได้มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง พลังเสียงของเค้าสุดยอดมากจริงๆ

หนังเรื่องนี้ บ่งบอก และเล่าเรื่องที่ไป ที่มาของยุคต่างๆ ได้เป็นอย่างดีคับ ไม่ว่าจะเป็นยุค 60 หรือยุค 70 จนกระทั่งยุคปัจจุบัน หนังเรื่องนี้เรียบเรียงและถ่ายทอดได้เป็นอย่างดี ทำให้ย้อนเห็นภาพถึงเหตุการณ์และสงครามต่างๆ ที่พัวพันถึงการล่มสลายของโซเวียต หรือแม้แต่มนุษย์กล่องในอเมริกา วัฒนธรรมต่างๆ หรือแม้แต่จิตวิญญาณต่างๆ ทำได้ดีมาก ถ้าหากผมมีคะแนน 10 ผมจะให้หนังเรื่องนี้จากความรู้สึกของผมเองถึง 10 เต็มทันทีโดยที่ผมไม่คิดอะไรมากมายไปกว่าความรู้สึกชอบของผมอีกแล้ว

One Night Only เป็นบทเพลงที่ถูกถ่ายทอดโดยเจนนิเฟอร์ได้อย่างกินใจมาก โดยเฉพาะการเรียบเรียงและการดำเนินเรื่อง ทำให้ที่ไปที่มาของเพลงนี้ในหนังเรื่องนี้ ดูดีที่สุด และถือว่าเป็นจุดไคลแมกซ์ของเรื่องอีกจุดหนึ่งได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ขอบอกกับบรรดาเพื่อนๆ ว่า ขณะนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ค่อนข้างจะเต็มไปด้วย นเรศวรฯ คับป๋ม หากใครอยากดู เอสผละนาด ที่รัชดา น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ ได้อรรถรสในการดูหนังดีครับ

ขอให้เพื่อนที่มีความสุขกับหนังเรื่องนี้ เหมือนที่ผมรู้สึกนะครับ

"คนของความสะใจ"