เลิกแอบเสียที / วิทยา แสงอรุณ Metro Life นสพ. ผู้จัดการวันเสาร์ vitadam2002@yahoo.com 24-25 March 2007 “ธนา” เพิ่งนึกออกโปรเจ็กต์ที่เขากำลังหาข้อมูลอยู่ มีบุคคลหนึ่งที่น่าจะช่วยให้มันลุล่วงได้ และอีกอย่าง เขากับ “พจน์” ไม่ได้คุยกันมาสักพักใหญ่แล้ว งั้น...คงเป็นโอกาสอันดีที่จะโทรฯ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเพื่อนรุ่นน้องคนนี้เสียเลยดีกว่า
พจน์เปลี่ยนเบอร์มือถือ เขาเลยโทรฯ ไปที่บ้าน สองสามหนก็แล้ว พจน์ไม่เคยอยู่บ้านทั้งๆ ที่เป็นวันหยุด เขาคงมีธุระยุ่ง
ตอนเรียนอยู่ที่เดียวกัน สองคนสนิทกันมาก เวลามีปัญหาอะไร พจน์จะขอความเห็นจากธนาก่อนเสมอ เรียนจบ ต่างคนก็ห่างเหินกันไปตามวิถี ธนาเคยนึกอยากให้วันคืนดีๆ ที่สนุกสนานเฮฮากับน้องผู้นี้กลับมาอีกครั้ง
ตกเย็นแล้ว เขาลองอีกครั้ง คราวนี้มารดาของพจน์รับสาย หล่อนรู้สึกแปลกใจ แต่สิ่งที่หล่อนกำลังจะบอกธนา มันน่าแปลกใจยิ่งกว่า
“ไม่อยู่จ้ะ....เพิ่งแต่งเมียไป เมื่อต้นปีนี้เอง ต้องขอโทษแทนพจน์ด้วยนะที่ไม่ได้บอก แต่งกันแบบเล็กๆ ง่ายๆ น่ะ” เสียงมารดาเจื้อยแจ้ว
ข้อมูลอีกอย่างที่ทุ่มความอึ้งทิ้งไว้ในหัวของธนาก็คือ คนที่เขาแต่งด้วยเป็นรุ่นน้องผู้หนึ่งที่ธนาก็รู้จักดี เขานึกทบทวนอย่างรวดเร็ว สองคนนี้ไม่เคยมีวี่แววใดๆ ว่าจะควงกันเป็นแฟน หรือมีแผนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย อีกอย่าง น้องผู้หญิงก็ไม่เคยสนผู้ชายอย่างพจน์ ส่วนพจน์เคยประกาศก้องถึงคุณสมบัติของเมียในอนาคต ที่ฟังดูแล้ว ไม่น่าจะมีอยู่ครบในผู้หญิงคนใด
หลังจากมารดาบอกเบอร์ใหม่ของพจน์ ธนาพยายามสะกดกลั้นความสงสัยที่อยากจะถามต่อ เขาต้องไม่ถามอะไรมากกว่านั้นเพื่อจะได้รู้ความจริงด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน เขาก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ที่รุ่นน้องคนสนิทอย่างพจน์แต่งงานไปโดยไม่บอกสักคำ?
เขาโทรฯ ไปอีกครั้ง แต่พจน์ไม่รับสาย จนกระทั่งสี่ทุ่ม พจน์โทรฯ กลับมา พูดเสียงเบาเหมือนกระซิบ
“พี่ครับ เดี๋ยวผมโทรฯ ไปใหม่นะครับ....รอให้แฟนหลับก่อน”
เขายิ่งรู้สึกงงที่ได้ยินอย่างนั้น เขาโทรฯ หาพจน์ทั้งวัน แล้วพอได้รับโทรศัพท์ ก็ต้องรอต่อไปอย่างไม่รู้จุดหมาย เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ห้าทุ่มเศษแล้ว และแล้วพจน์ก็โทรฯ มาอีกครั้ง การได้คุยกันครั้งนี้ นั้น ธนาไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังเผชิญกับอะไรอยู่
“ทำไมเอ็งแต่งงานไม่บอกข้า?” เขายิงคำถามที่สุดแสนอัดอั้น
“ผมเหงาน่ะครับ” พจน์ตอบลอยๆ
ธนาเริ่มไม่เข้าใจยิ่งขึ้น เหงาน่ะเหรอ ถึงแต่งงาน? “นี่ตกลงเอ็งรักเขาไหมเนี่ย” เขาสวนกลับ
พจน์เงียบไปสักพัก แล้วเขาก็พูดสิ่งที่เพื่อนผู้พี่คนนี้ หรือใครก็ตามไม่เคยคาดคิดมาก่อน
“พี่ธนาครับ...พี่คิดยังไงกับผม”
“ก็เอ็งเป็นรุ่นน้องข้า ข้าก็คิดเหมือนเอ็งเป็นน้องชาย…ถามทำไม”
“แต่ผมไม่ได้คิดอย่างงั้นกับพี่” เสียงของอีกฝ่ายหนักแน่นขึ้น
“อะไรวะ เอ็งเป็นไรไปเนี่ย” ธนาเริ่มหงุดหงิด หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรง ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย แต่สายไปเสียแล้ว
“ผมอยากจะบอกพี่มาตั้งนานแล้ว....พี่ครับ...ผมรักพี่”
ธนาพูดอะไรไม่ออกในเวลานั้น ตอนที่เขาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง เขาบอกว่าเขารู้สึกช็อคมากแค่ไหนที่ยินคำนั้นจากปากรุ่นน้องอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่มีบอกใบ้หรือบอกทาง เขายืนยันว่า เขาไม่เคยมีจิตพิศวาสกับพจน์มาก่อนเลย เป็นไปได้ยังไงที่มาสารภาพรักกับเขา ตอนนี้ ณ เวลานี้ ในสถานภาพของสามีของผู้หญิงคนหนึ่ง? แล้วหล่อนก็เป็นคนที่เขาก็รู้จักคุ้นเคย
มันอะไรกันเนี่ย?
“พี่ครับ ผมอยากจะบอกพี่มาตั้งนานแล้ว ผมเห็นพี่ครั้งแรกที่มหา’ ลัย ผมก็ชอบพี่เลย แต่พี่ไม่เคยเห็นผมเลย” เสียงตัดพ้อไหลมาตามสาย
“ก็บอกแล้วไงว่า มีอะไรให้มาปรึกษา มาถามได้ แล้วทำไมไม่มาบอกก่อนจะแต่ง” ธนาเริ่มเสียงดัง
“แล้วถ้าผมบอกไป พี่จะรับผมเป็นแฟนหรือเปล่า”
อีกครั้งที่ธนาต้องอึ้งกับสถานการณ์ที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเกิดกับตัวเอง แล้วจะทำยังไงต่อไป? เขาถามตัวเองว่า เขาแน่ใจหรือว่า เขาไม่เคย “รู้สึกเป็นพิเศษ” อะไรกับรุ่นน้องคนนี้? ตอนเรียน เขาไม่ได้เปิดเผยให้ใครๆ รู้เลยว่า เขาก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน เขาเป็นนักกีฬา สุดยอดนักนักกีฬา ใครจะคิดว่า เขาเป็นเกย์คนหนึ่ง แล้วพจน์รู้ได้ยังไง?
แต่ความทรงจำของพจน์แจ่มชัดอยู่เสมอ เขาเริ่มย้อนความให้ธนารับรู้ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาพยายามจะบอกธนาว่า เขาหลงรักพี่ชายคนนี้มานานแล้ว
“พี่จำได้ไหม ผมเคยนอนกอดพี่ ผมเคยขอจับ....พี่ พี่ก็ไม่เคยปฏิเสธผม พี่ไม่ชอบนอนบนที่นอน ผมก็ย้ายลงมานอนกับพี่บนพื้น เป็นเพื่อนพี่ ตอนเราไปออกค่ายกัน ตอนช่วงซัมเมอร์ พี่ไม่รู้หรอกว่า ผมรู้สึกแย่แค่ไหน ที่พี่ไม่เคยชวนผมไปพักค้างคืนด้วยเลย ตอนพี่ย้ายออกมาอยู่คนเดียว แต่พี่ก็ชวนคนอื่นๆ ไป”
ธนาเริ่มรู้สึกว่า เรื่องราวชักบานปลายใหญ่โตกว่าที่เขาคิด เขารีบตัดบท “แล้วนี่เอ็ง แต่งงานไป เดี๋ยวมีลูกขึ้นมา จะทำยังไง”
พจน์บอกว่า เขาระวังตัวอยู่แล้ว และพยายามให้ภรรยากินยาคุมอยู่เสมอ “ผมแต่งงานได้ ผมก็เลิกได้” พจน์ประกาศอย่างมั่นใจ
ธนารู้สึกสับสน แต่งงานเพราะเหงา? มันเข้าใจยากจัง พจน์อ้างว่า แฟนของเขาก็บอกว่า เหงาเหมือนกัน
วันนั้น ธนาได้คุยกับพจน์ยาวนานมากทั้งๆ ที่เขารู้สึกอึดอัดขึ้นทุกขณะ แต่ก็ยังพยายามมองหาทางออกให้รุ่นน้องอย่างที่เขาเคยทำมา พจน์เสนอตัวว่า จะขับรถข้ามจังหวัดมาหาเขาถึงที่พักในวันรุ่งขึ้น เขาปฏิเสธ แต่ก่อนจะวางหูโทรศัพท์ ธนาต้องย้ำกับพจน์อีกครั้ง “สิ่งใดที่คนเราทำขึ้น เราต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และรู้จักจัดการให้ดีที่สุดนะ”
ตอนนี้ พจน์กลับเป็นฝ่ายที่โทรฯ มาหาธนา ธนาไม่รู้ว่า เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร หรือมันจะคาราคาซังอย่างนี้?
-end-
All rights reserved.


