Sunday, January 22, 2006

“Transamerica” สัจธรรมและการเดินทางแห่งชีวิต


เลิกแอบเสียที/วิทยา แสงอรุณ Metro Lifeนสพ. ผู้จัดการวันเสาร์

vitadam2002@yahoo.com

21-22 มกราคม 2006

นอกจาก Brokeback Mountain ที่หลายๆ คนกำลังรอดูอยู่แล้ว ยังมีหนังดังที่มีตัวละครเอกเป็นเกย์/กะเทยอีกสองสามเรื่องที่จะทำให้งานประกวดรางวัลออสการ์ปีนี้และผู้ชมชาวสีรุ้งต้องลุ้นและคึกคักไม่น้อย

หนึ่งในนั้นที่ผมอยากจะพูดถึงมากๆ ก็คือเรื่อง Transamerica

เพิ่งจะได้ดูจบไปครับ และต้องขอขอบคุณความกรุณาและไมตรีจิตของเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ห่างไกลกันไว้ ณ ที่นี้ เขาช่วยเสาะแสวงหาเรื่องนี้มาให้ผมดูจนได้

พอดูจบ ก็ต้องนั่งอึ้งไปพักใหญ่

คุณจะได้เห็นบทบาทการแสดงของตัวละครเอกของเรื่องที่สามารถสื่อสารให้คนดูเข้าถึงความรู้สึกลึกๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาในร่างของผู้ชายได้อย่างถึงแก่น

ความเป็นผู้หญิง ความเป็นผู้ชาย การดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองได้ถึงจุดมุ่งหมายถูกนำมาผูกติดกับเรื่องราวความสัมพันธ์และความจัดแย้งของคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว

ด้วย “ความพอดี” ในส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ทั้งบทพูดก็เจ็บแสบชวนคิด นักแสดงสมทบก็มีฝีมือเยี่ยมยอด ผมเชื่อว่า หนังเรื่องนี้น่าจะช่วยให้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องความแตกต่างหลากหลายทางเพศได้เกิดมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะคุณแม่และคุณพ่อที่ยังไม่เข้าใจเสียทีว่า ทำไมลูกชายอยากจะกลายเป็นลูกสาว

Felicity Huffman นักแสดงหญิงผู้โด่งดังจากซีรีส์ทีวีเรื่อง Desperate Housewives รับบททรานเจนเดอร์ หรือสาวประเภทสองวัยกลางคนชื่อ “Bree”

ต่อไปนี้ขอเชิญชวนรณรงค์ด้วยกันนะครับท่านผู้อ่านว่า ลองใช้คำว่า Transgender หรือ TG แทน คำว่ากะเทย หรือสาวประเภทสองเพื่อความเข้าใจใหม่ๆ

TG ก็คือมนุษย์อีกจำพวกหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ชายที่ “เบี่ยงเบนทางเพศ” อย่างที่บรรดาครูบาอาจารย์ หรือบรรดาส.ว. บางท่านหรือพระสงฆ์บางรูปมักจะชอบใช้กันเวลาออกทีวีหรือตอนให้สัมภาษณ์ผ่านทางหนังสือพิมพ์

เราจะพบได้ในหลายกรณีว่า คำพูดที่ท่านเหล่านั้นใช้กันมักจะส่งเสริมให้เกิดการ “เบี่ยงเบน” ประเด็นและความเป็นจริงอยู่ไม่น้อย และในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ทิ้งไว้แต่ความคิดเห็นเดิมๆ ที่ช่วย “ซ้ำเติม” ไม่ได้ช่วยให้คน “คิดได้” แต่อย่างใด

ท่านเหล่านี้น่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้มั่งนะ

ตามท้องเรื่องใน Transamerica

อีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น บรีก็จะเข้ารับการผ่าตัดให้เป็นผู้หญิงดังใจปรารถนา แต่แล้วเธอก็พบว่า ตอนที่เธอเป็นวัยรุ่นอยู่นั้น เธอเคยทำผู้หญิงท้องและมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้ลูกชายโตเป็นหนุ่มวัยรุ่น ขายตัว ติดยา และกำลังโดนคุมขังอยู่

จริงๆ แล้ว เธอไม่ต้องรับรู้ หรือรับผิดชอบเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะมันเป็นเรื่องราวในอดีตตั้งนานมากแล้ว ผู้หญิงที่เธอเคยทำท้องนั้นก็เป็นเพียงเพื่อนที่คบกันสนุกๆ ในวัยคะนองช่วงนั้น แต่แล้วด้วยความซื่อสัตย์จริงใจ เธอเผยเรื่องนี้กับ Therapist ประจำตัวเธอ และคำแนะนำแกมบังคับที่เธอได้รับก็คือ คุณบรีจ๊ะ หล่อนต้องหันกลับไปเผชิญกับอดีตและจัดการให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มชีวิตใหม่ได้ ฟังดูดี แต่น่าอึดอัดใจแทนชะมัด

บรีตกลงใจไปรับลูกชายออกมาโดยปกปิดว่า เธอเป็นมิชชันนารีจากโบสถ์แห่งหนึ่งและอาสาจะนำไปส่งให้ญาติรับดูแลต่อไป

เนื้อเรื่องที่เหลือเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางข้ามรัฐในแนว Road Trip ที่เรามักจะได้ดูกันมามากแล้ว ผิดแต่ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ขัดแย้งกันในความรู้สึกและความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวด คนดูจะไม่มีวันรู้เลยว่า เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร

ฉากหนึ่งที่น่าจะสนใจมากก็คือ บรีต้องเดินทางกลับไปหาพ่อแม่ของเธอในสภาพผู้หญิงผมยาวและมีหน้าอก เมื่อแรกคนที่บ้านเห็นก็จำไม่ได้ แต่พอรู้ว่า นั่นเป็นเป็นลูกชายคนโต เพียงแต่ตอนนี้มีหน้าอกและแลดูเป็นผู้หญิงจนเหลือเชื่อ

แม่พลันพุ่งมือไปจับเป้าของบรี และออกอาการลิงโลดยินดีปรีดาออกนอกหน้าเมื่อพบว่า เธอยังมีจู๋อยู่ แม่โพล่งออกไปว่า ลูกชายฉันยังอยู่!!!

ในฉับพลัน บรีก็คว้ามือของแม่ไปขยำหน้าอกของตัวเอง แม่ถึงได้ถูกดึงกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริงและเริ่มคร่ำครวญ

คุณเฟลลิซิตี้ เล่าให้สื่อฟังว่า กว่าเธอจะเข้าใจบทที่ยากที่สุดในชีวิตเรื่องนี้ เธอต้องศึกษาทรานเจนเดอร์อย่างถ่องแท้ เธออ่านหนังสืออัตชีวิประวัติ ตำรา บทความ ดูสารคดี ดูหนังที่เกี่ยวข้องเท่าที่เธอจะหามาได้ แม้ไปเข้าร่วมประชุมกับสมาคมทรานเจนเดอร์เพื่อเข้าให้ถึงตัวละครเธอก็ทำ

ในการนำเสนอ เธอต้องเลียนแบบท่าเดิน และการออกเสียงที่ทำให้เธอดูเหมือนทรานเจนเดอร์มากที่สุด

ตอนที่ผมดูหนังเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่า เธอไม่ใช่นักแสดงหญิงอีกต่อไปเพียงไม่กี่ฉากจากหนังเริ่ม เธอเป็นทรานเจนเดอร์ตัวจริง เสียงห้าวต่ำลึกที่เธอนำเสนอช่วยทำให้ตัวละครตัวนี้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เธอเล่าไว้ว่า ลูกของเธอยังตกใจตอนเธอโทรศัพท์กลับบ้านไปทักทายระหว่างถ่ายทำหนังอยู่

ความจริงในชีวิตหลายๆ เรื่อง เป็นสิ่งเจ็บปวด แต่มันจะดีขึ้นถ้าเราจะเผชิญหน้ากับมัน เราจะรู้จักเรียนรู้ที่จะปรับตัวและอยู่กับมันต่อไป

ไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนที่ไม่เคยเปิดใจยอมรับความเป็นจริงของคนที่เขารัก แต่ยังคงติดกับยึดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองอุปโลกน์ และสร้างภาพขึ้นเอง ทำให้ตัวเองหลงเชื่อต่อไปได้ว่า คนที่ฉันรักต้องเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ในแบบฉบับของฉันที่อยากให้เขาเป็น

ที่ผมขอนำเสนอว่า น่าจะสนับสนุนให้ใช้คำศัพท์อื่นๆ แทนคำว่า สาวประเภทสอง หรือคำว่ากะเทย ก็เพราะความไม่เข้าใจเหล่านี้แหละ

มันเป็นทางออกเบื้องต้นที่เราๆ ท่านๆ จะช่วยกันทำได้ เพื่อจะคลายปมความเข้าใจอื่นๆ ที่ยังมีอยู่

คนเราส่วนใหญ่มักคิดว่า คนที่อยากผ่าตัดแปลงเพศเป็นพวกสติผิดปกติ ถึงขึ้นวิกลจริตหรืออย่างไรที่อยู่ๆ อยากจะมีหน้าอก และอยากจะตัดกะจู๋เพื่อไปทำเป็นกะจิ๋มแทน

คนเหล่านี้ไม่ได้เบี่ยงเบนแต่อย่างใดเลย เพราะเขาไม่ได้เบี่ยงเบนจากอะไรไป “กลาย” เป็นอะไร “เขาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” ต่างหาก อีกอย่าง ถ้าคนเป็นทรานเจนเดอร์แปลงร่างกันได้ง่าย ๆ เราจะเห็นว่า จริงๆ แล้วมีผู้ชาย หรือผู้หญิงที่ในความจริงแล้ว เป็นทรานเจนเดอร์กันอีกมากมายในสังคมนี้ และคุณไม่ควรตกใจ แต่ดีใจที่มีคนยอมรับความจริงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

บรีไม่ได้เบี่ยงเบน แต่หนทางชีวิตของเธอไม่ได้เป็นเส้นตรง ทรานเจนเดอร์อย่างเธอจึงต้องมีชีวิตที่ต้องผจญภัย ค้นหา และต่อสู้ และนี่แหละคือชีวิตที่เป็นชีวิต ชีวิตที่เราทุกคนมีสิทธิ์เลือกจะเป็น

www.transamerica-movie.com

-end-

5 comments:

betar said...

แวะมาเติมว่า คุณ Felicity Huffman ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ ดารานำแสดงหญิงประเภท ดราม่า ยอดเยี่ยม
จากหนังเรื่องนี้ด้วยฮะ
อยากดูจังเลยย อ่ะ

b&w said...

อยากให้เรื่องนี้ฉายที่เชียงใหม่อ่ะ จะไปดูให้ได้เลย

ake said...

น่าสนใจแฮะคับ

somewheres over the rainbow said...

อยากดูเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้รอดู Brokeback Mountain จนแทบจะลงแดงแล้ว อิจฉาเพื่อนผมได้ดูแล้วที่สวีเดน

ปล.ช่วงนี้ไม่ได้ฟังรายการพี่วิทยา ก็จะลงแดงแล้วเหมือนกานนนนนนน มีแต่งาน งาน และงาน

CrazyP said...

พี่วิทย์ชอบเอา "ของดี" มาล่อให้อยาก... ดูอยู่เรื่อย ๆ
อย่างนี้ก็ต้องรอหนังแผ่นเข้ามาอย่างเดียวละมังคับ...
เพราะขนาด Brokeback ยังโดนโรงหนังบางแห่งที่เมืองนอก
ถอดโปรแกรมเอาซะดื้อ ๆ เลย(ข่าวจาก The Nation)
แต่ถ้ามีขายละก็ต้องเอาเข้า collection ของผมไว้อีกแน่นอน ^__^