Sunday, January 21, 2007

ห้าสาววีนัสจากดาวอังคาร

เลิกแอบเสียที / วิทยา แสงอรุณ Metro Life นสพ. ผู้จัดการวันเสาร์ vitadam2002@yahoo.com
20-21 Jan 2007

ใครเลยจะเคยคิดว่า จะมีค่ายเพลงในเมืองไทยคัดสาวประเภทสองมารวมกันตั้งห้าคนแล้วออกอัลบั้ม?

เมื่อปลายปีที่แล้ว “Venus Flytrap” (อ่านออกเสียงว่า -แทร็ป ไม่ใช่ -แทร๊ป) หรือวง “Lady Boy Band” วงแรกของเมืองไทยจากโซนี่ บีเอ็มจี นำอัลบั้ม “Visa for love” มาทดสอบตลาดเพลงบ้านเราด้วยความมั่นใจ ก่อนหน้านี้ทางค่ายนำพวกเธอตระเวนออกรายการทีวี แสดงและโชว์ตัวตามผับ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์สื่ออย่างขยันขันแข็ง เรียกว่าปูพรมมาตลอด

สำหรับผมคิดว่า น่าจะโปรโมทมากขึ้นไปอีก เพราะหลังจากได้สัมภาษณ์พวกเธอทั้งห้าคนเมื่อเร็วๆ แล้ว ก็พบว่า ไม่ธรรมดาเลย ทั้งการพูดคุย วิธีคิด อารมณ์ขัน ความเป็นมาของแต่ละคน โดยเฉพาะความสามารถในการร้องเพลงสดๆ ติดอยู่อย่างเดียว ผมไม่ได้ให้พวกเธอเต้นสดๆ ให้ดู

สังคมไทยรู้จักสาวประเภทสองมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่รู้จักในฐานะอื่นๆ และจากอาชีพซ้ำๆ ที่มักเห็นกันอยู่แล้ว

ในภาพลักษณ์การเป็นนักร้องที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ผู้คนก็ย่อมสงสัยบทบาทใหม่เป็นธรรมดา แต่ความจริงแล้ว ผมเคยคิดไว้บ่อยๆ ว่า อีกไม่นานเกินรอ อาจจะมีภาพยนตร์ไทยสักเรื่อง ที่มีสาวประเภทสองรับบทนางเอกในฐานะผู้หญิงทั่วๆ ไป ซึ่งดูแล้ว คนดูก็ไม่รู้สึกขัดเขินอะไร

มันต้องเป็นไปได้สิ

ตอนได้ยินข่าวเกี่ยวกับวงนี้ใหม่ๆ จากเพื่อนคนหนึ่ง ผมก็ตั้งคำถามคล้ายๆ กับเพื่อนคนอื่นๆ ว่า พวกเธอจะร้องเพลงได้ดีเหรอ? จะร้องเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชาย? สามารถเป็นนักร้องมือโปรได้เหรอ? หรือจะเป็นแค่เพียงหน้าสวย อกตู้ม สูงยาว เข่าดี?

“โบโบ้” สาวหุ่นบาง ผิวสีน้ำผึ้งบอกว่า เธอเคยทำงานเป็นคอรัสในผับแถวพัทยามาก่อน แรกๆ เลยก็ร้องแบ็คอัพให้นักร้องอยู่หลังเวที จับพลัดจับผลู ผู้ใหญ่เห็นแวว เลยส่งเธอออกไปยืนประกบนักร้องซะเลย ต่อมา เพื่อนคนหนึ่งชวนเธอให้ไปเป็นเพื่อนหล่อนตอนโซนี่เปิดออดิชั่น

โบโบ้ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเธอเป็นผู้เข้ารอบ ส่วนเพื่อนคนนั้นตกรอบ ในการให้สัมภาษณ์รายการฮอตไลน์ฯ ที่ผมกับเพื่อนจัดอยู่ทุกคืนวันเสาร์ เพื่อนๆ ของเธอช่วยกันเล่าว่า แม้จะได้เป็นนักร้องแล้ว โบโบ้ก็อยากเป็นคอรัสซะมากกว่า

โบโบ้สามารถร้องเสียงผู้หญิงและเสียงผู้ชายได้ดีไม่มีที่ติเลยล่ะครับ

สาวเสียงดีอีกคนคือ “เอมมี่” ในฐานะสาวสวยหน้าหวาน นัยน์ตาชวนฝัน หากไม่บอกว่า เอมมี่เป็นสาวประเภทสอง ใครก็คงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เสียงและบุคลิกของเธอ นุ่มมากๆ เอมมี่ดูเหมือนจะร้องคีย์สูงได้ดีกว่าใคร

ความเป็นมาของเธอผู้นี้ก็คือ จริงๆ เธอตกไปแล้วในการออดิชั่น แต่คงเพราะแรงศรัทธา บารมีหรือการบนบานศาลอย่างแรงกล้า เธอกลับได้รับเลือกเข้าวงอย่างไม่มีใครคาดฝัน หลังจากมีโอกาสไปร้องเพลงให้กรรมการฟังใหม่อีกครั้ง

ปัจจุบันเอมมี่กำลังเรียนระดับมหาวิทยาลัยอยู่ เธอเคยเข้าประกวดมิสทิฟฟานี่ ปี 2005 กับ “ทาย่า” แต่ไม่รู้จักกันมาก่อน

“ทาย่า” สาวหน้าสวยบาดใจหนุ่มๆ จากการเวทีประกวดมิสทิฟฟานี่ นอกจากจะได้รองอันดับหนึ่งมาครองแล้ว ทาย่ายังเคยได้ตำแหน่งจากหลายเวทีประกวด เวทีหนึ่งคือ นางงาม “เชื่อหรือไม่ (Believe it or not)” ทาย่าบอกกับรายการตีสิบที่ออกอากาศไปปลายปีที่แล้วว่า ได้เข้ามาออดิชั่นเพราะทางทิฟฟานี่ติดต่อมา ผมมองบางมุมของทาย่า ก็พบว่า เธอเป็นคนที่ดูอบอุ่นไม่น้อย

สาวงามพร้อมมงกุฎอีกคนที่มาร่วมตั้งทีมคือ “นก”

ตำแหน่งมิสอัลคาซ่าของเธอ เกือบทำให้เธอไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมวีนัสฯ เพราะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่ทางค่ายเพลงเปิดออดิชั่น หลังจากรับตำแหน่งวันที่ 5 พ.ย. (2005) วันที่ 6 เธอไปเชียงใหม่ วันที่ 7 ปิดออดิชั่น แต่ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจไปลองจนได้เพราะรุ่นพี่ คุณ “ส้มโอ” นักแสดง แจ้งให้ไป นกบอกว่า กว่าจะพาตัวเองลุกจากเตียง ก็บ่ายแล้ว น้ำก็ยังไม่ได้อาบ

นกเป็นคนหุ่นสวย สะโพกดิ้นดินระเบิด เธอมั่นใจ คุยเก่ง และมีไหวพริบดี

คนสุดท้าย “จีน่า” สาวอารมณ์ดี รูปร่างสูงใหญ่ เสียงดังเป็นกังวาน เธอมีผมหน้าม้าสีดำขลับเป็นมันเงางามซะจนคนคิดว่าเธอใส่วิกอยู่ตลอด ถ้าใครชอบดูซีรี่ย์สาวนักรบ “Zena Warrior Princess” ทางยูบีซีที่บรรดาหญิงรักหญิงนิยมดูละก้อ จีน่า รับบทนำได้เลยสบายๆ เลยล่ะครับ

เธอเล่าว่า มาเสี่ยงโชคในกรุงเทพฯ และได้ไปร่วมออดิชั่น เธอเลือกร้องเพลงลูกทุ่งจนชนะใจกรรมการ

สัมภาษณ์ไปก็หัวเราะไปล่ะครับ เพราะพวกเธอมีอารมณ์ขันเหลือร้าย สิ่งหนึ่งที่น่าปรบมือให้ก็คือ ความสมัครสมานสามัคคีของสมาชิกกลุ่มนี้ ตอนสัมภาษณ์กัน ผมกับผู้ร่วมสัมภาษณ์แทบจะไม่ต้องตั้งคำถามอะไรเลย เพราะพวกเธอตั้งคำถามกันเอง แล้วโยนลูกให้กันและกันตอบอย่างเมามันไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร

พอถึงคำถามเรื่องการวางตำแหน่งสินค้าในตลาด จีน่า ถามเอง ตอบเองทันทีที่มีข้อสงสัยว่า วงวีนัสฯ ของเธอเลียนแบบมาจากวง Spice Girls หรือเปล่า เธอเล่าว่า ความจริง เวลาพูดคุยสื่อสารกันว่า อยากจะให้วงออกมาหน้าตาเป็นแบบไหน ทางค่ายจะมองไปที่วง Pussycat Dolls (เพลงดัง Don’t Cha) มากกว่า

“วีนัสไม่ได้เลียนแบบใครนะคะ เราเอาตัวของเราเองออกมา” จีน่ายืนยัน พร้อมเสียงสนับสนุนที่หนักแน่นจากนกเพื่อนที่นั่งข้างๆ ของเธอที่ช่วยแจงว่า

วงของเธอ ไม่ต้องการเป็นสูตรสำเร็จใดๆ ที่บอกกันมาว่า การเป็นกะเทย มีรูปแบบเดียว ต้องแต่งตัวเหมือนๆ กัน หรือต้องทำอะไรเหมือนกันหมด เช่น ต้องคอยทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ต้องทำตัวเป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว ต้องทำตามกรอบสังคมและกรอบที่อยู่ในใจที่มักสร้างความเก็บกดและอึดอัด และในความเป็นจริงแล้ว คนเป็นกะเทย ก็เหมือนคนทั่วไปที่มีความหลากหลาย คิดอะไรแตกต่างกัน

“เราไม่ได้บอกว่า เราเป็นผู้หญิง เราเป็นสาวประเภทสอง” นกพูดอย่างมั่นใจและภาคภูมิใจ นกเล่าด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ตัวเธอพยายามจะทำตัวเป็นผู้หญิงให้ใครๆ ยอมรับ แต่ก็ไม่สำเร็จ ซึ่งในเมื่อมันไม่ใช่...ยังไงก็ไม่ใช่อยู่ดี เธอบอกอีกด้วยว่า เป็นความกดดันอย่างหนึ่งที่คนเรา “พยายามทำตัวเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา”

การเป็นวงสาวประเภทสองย่อมมีจุดขายทางการตลาดที่น่าสนใจอยู่แล้ว ยิ่งได้นักร้องที่ฝึกฝนกันมาอย่งดี และฉลาด มีความคิดของตัวเอง ยิ่งน่าสนใจ

เพลงที่วงนำเสนอก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นเพลงแนวรัก แนวอกหัก แนวให้กำลังใจที่ฟังได้สนุกสนาน ทางค่ายบอกว่า เป็นแนวเพลง “Nuable” (นูเอเบิ้ล) “ผสมผสานดนตรีในสไตล์ยุโรป เช่น Electronic, House, Clubbing, New Wave และมีเนื้อร้องเป็นภาษาไทย” โดยทีโปรดิวเซอร์เป็นชาวเยอรมันสองคน

“น่าสนใจมั๊ยล่ะคะว่า ทำไมสาวประเภทสองมักจะคู่กับประเทศเยอรมัน” ทาย่าติดตลก

วง Venus Flytrap ซึ่งแปลว่า ต้นกาบหอยแครง ที่มีความสวยใช้ล่อแมลง (คงต้องเป็นตัวผู้เท่านั้น) มาเป็นเหยื่อ มีเพลงเอกคือ Visa for love เนื้อหาในเพลง เรียกได้ว่า empower หรือสนับสนุนเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงล้วนๆ คือ ผู้หญิงควรมีสิทธิ์เป็นฝ่ายเลือกว่า ฉันจะต่อวีซ่าความรักให้เธอหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผู้ชายต้องทำตัวดีๆ อย่างสม่ำเสมอ

เพลงอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มี Cause I’m Your Lady และ The Loser ลองหามาฟังกันดู

ก่อนหน้านี้ที่เกาหลี ปี 2005 มีวงสาวประเภทสองออกอัลบั้มมาแล้วชื่อวง “Lady” ประกอบด้วยสาวหน้าหมวยเซ็กซี่สี่คน แต่พวกเธอไม่ใช่สาวประเภทสองที่มีอัลบั้มเป็นของตัวเองเป็นเจ้าแรก

นางแบบ-นักร้องสาวประเภทสองผู้ร้อนแรงแห่งเกาหลี “Harisu” เคยมีผลงานเพลงของตัวเองมาก่อน

Harisu (ฉายา Foxy Lady) ถือว่า เป็นสาวประเภทสองคนสำคัญที่เปิดศักราชใหม่ให้วงการบันเทิงเกาหลี เธอเซ็นสัญญารับงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้ามากมายหลายชนิด กระทั่งสินค้าเกี่ยวกับผ้าอนามัย Harisu ดังเป็นพลุทั้งๆ ที่ประเทศนี้มีภาพลักษณ์ว่า แอนตี้เกย์-กะเทยมากกว่าหลายๆ ประเทศในเอเชีย ผมคิดว่า อะไรๆ ก็น่าจะเปลี่ยนได้ เมื่อถึงเวลาของมัน

เสียดายครับ วง Lady ออกมาอัลบั้มเดียว ก็เงียบหายไป ไม่มีข่าวอะไรอื่นมาอีกเลย

ผมก็หวังว่า วงวีนัสฯ ของไทยจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มหนึ่งสำหรับประเทศไทยต่อๆ ไป ทำให้ใครๆ เห็นเป็นประจักษ์ว่า “ผู้หญิงที่มาจากดาวอังคาร” กลุ่มนี้ สามารถสร้างบทบาทที่แตกต่างทางสังคมได้

ใช่ว่า กะเทยต้องทำผมและแต่งหน้าเก่งอย่างเดียว

-end-

All right reserved.

3 comments:

Crazy พี said...

Hi ^__^ ครับ
ผมรู้จักและสนใจข่าวคราวของวงนี้มาสักพักแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้ฟังเพลงของพวกเธอ(แบบเต็มๆ)วันนี้เอง รู้สึกว่าดนตรีกับเสียงร้องผสานกันได้ไหลลื่นดี รวม ๆ จังหวะก็เหมาะจะโยกเบา ๆ เข้ากับชาวสีรุ้ง แต่ฟังไปนาน ๆ เริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าเพลงจะขาดจุดเด่นหรือความน่าสนใจบางอย่างไป สงสัยคงต้องหาโอกาสดูพวกเธอแสดงสดบ้าง เผื่อจะเข้าใจความเป็น Venus Flytrap ให้มากกว่านี้...

ขอนอกเรื่องนิดนะครับ...
มาถึงวันนี้บ้านเรามีกลุ่มศิลปินที่รวมสมาชิกในวงที่เป็นกลุ่มคนที่มีภาพลักษณ์ของ "เพศ" หรือ "รสนิยม" เฉพาะตัวเหมือนกันเกิดขึ้นมากมาย ทั้ง boyband girlgang gay les trans-g etc. ผมก็เลยแอบ เอ๊ย อดฝันไปไม่ได้ว่า เราจะมีวงที่มีภาพลักษณ์ของสมาชิกแบบไม่จำกัด "เพศ" หรือ ความชอบส่วนตัว อะไรก็ตามแต่ เพียงแค่สมาชิกทุกคนมีจุดยืนที่ชัดเจนอันเดียวกัน และมีอิสระที่จะเป็น "ตัวเอง" ไม่ต้องขายภาพลักษณ์สวยหรู หรือ แปลก แหวกอย่างมี "style" อย่างที่ต้นสังกัดพยายามสร้างกันอย่างที่เห็น กลุ่มศิลปินที่ไม่ยึดติดกับกระแสอย่างนั้น จะมีบ้างหรือเปล่า หรือว่ามีแล้วแต่ผมไม่รู้ ใครรู้ช่วยบอกให้หายข้องใจทีนะครับ ^__^

คิวว์ said...

ตอบคนข้างบน

ในระยะเวลาอันใกล้นี้ คงยาก

Ake said...

อืม ผมยังไม่เคยฟังเพลงครับพี่
แบบว่าไม่ได้สนใจวงการเพลงสักเท่าไรเลยด้วยซ้ำ

แต่ถ้าออกมาแนว Pop ก็คงไม่ใช่แนวผม
เดี๋ยวคงแวะไปดูมั่งครับ